ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 25/03/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 02/09/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 9493


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (9493)
 PreOrder Guerlain Limited ถึงวัน 19กันยายนนี้ค่ะ
 Pre Order สินค้าไซด์พิเศษ ถึง 19 กันยายนนี้ ค่ะ
 Pre Order JILL STUART 2014 ถึงวันที่ 19 กันยายนนี้
 Pre Order Lush ถึงวันที่ 19 กันยายนนี้ค่ะ
 พร้อมส่ง Slim Fast จากประเทศอังกฤษ
 SMASHBOX
 พร้อมส่ง Change the Water
 ยาสามัญประจำบ้านของคนอเมริกา...พร้อมส่ง
 HOT Item! WATER+ ไดเอท ดีท๊อกซ์ ( DIET DETOX )
 พร้อมส่ง HANBANG BIO Body lotion Body wash
 พร้อมส่ง...Splenda sugar, Stevia น้ำตาลหญ้าหวาน
 RYOE พร้อมส่ง แชมพู, ครีมนวด, ทรีเม้นท์ และเซรั่ม
 พร้อมส่ง Murad สกินแคร์แบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา
 พร้อมส่ง...ยาสีฟันจากเกาหลีผลิตโดยบริษัท LG
 อาหารเสริม GNC และ Alli
 อาหารเสริม Skincare รางวัลที่ 1 @cosme ญี่ปุ่น
 พร้อมส่ง Secret โรออน
 อาหารเสริม K.โดม
 อาหารเสริมประเทศญี่ปุ่น
 Skin & Body Care ญี่ปุ่น
 4 Life
 Alli Weight loss
 ANNASUI
 Aveda
 BASCHI
 BEAUTE de KOSE 40%
 Benefit 20%
 Biotherm 30%
 Bisous Bisous 20%
 Bliss
 BLOOM
 BOBBI BROWN
 BORGHESE  
 CLARINS
 CARMEX  
 CHANEL
 Cosme Decorte
 CLE DE PEAU 20%
 CLINIQUE 30%
 COFFRET DOR 25%
 Dr. Brandt
 DHC Japan
 DARPHIN
 DAVID JONES
 DDF
 Dr. Ci:Labo
 Dr.Hauschks
 Dior
 Dr.Sebagh 15%
 Dr.Lewinn \'s 30%
 Elizabeth Arden
 Elemis
 Estee Lauder 30%
 ETTUSAIS 30%
 ETUDE
 Freeman
 Fusion Beauty
 GIVENCHY 30%
 GUINOT
 H2O
 Helena Rubinstein
 IPSA 30%
 JEANNE PIAUBERT
 Jo malone 22%
 JACSK
 Juice Beauty
 JURLIQUE  
 Kanebo - Blanchir ลด 20%
 kanebo - Impress 20%
 Kanebo - SENSAI 30%
 Kiehls 20%
 KOSE 35%
 La Mer 27%
 La Prairie
 LAB SERIES
 Lancaster
 LANEIGE
 Lancome 30%
 Laura Mercier 20%
 Lotree 40%
 Loccitane 30%
 Lola , โลล่า 35%
 LUNASOL 20%
 MAC 20%
 Make Up Store 20%
 Make up จากประเทศญีปุ่น
 MD Skincare
 MURAD 20%
 Nars 30%
 Origins 20%
 PAYOT 20%
 Perricone MD
 Philosophy
 Prevage
 REN  
 Shiseido Maquillage 25%
 SKIN FOOD
 RMK 25%
 Tri - Aktiling
 The Balm 15%
 SHISEIDO 25%
 SUQQU 20%
 SHUUEMURA 25%
 Yves Saint Laurent
 SISLEY & SISLEYA 25%
 Skin Doctors 30%
 SK-II 25%
 น้ำหอม  
 VALMONT  
 VINASRE
สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น
 ไฮไลท์ผม Dip Dye Hair
 Wilma Schumann Repechage



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ









รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> >> >> NEW Shiseido Q 10 สำหรับคุณผู้หญิงค่ะ 60 เม็ด

NEW Shiseido Q 10 สำหรับคุณผู้หญิงค่ะ 60 เม็ด - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
NEW Shiseido Q 10 สำหรับคุณผู้หญิงค่ะ 60 เม็ด






  Tell a Friend

NEW Shiseido Q 10 สำหรับคุณผู้หญิงค่ะ 60 เม็ด

รหัสสินค้า: 006276
ราคา: 1,950.00 บาท
รายละเอียด:

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากประเทศญีปุ่นเลยค่ะ เฉพาะคุณผู้หญิงที่รักสุขภาพและต้องการควาอ่อนเยาว์ เมืองไทยอาจจะมีจำหน่ายในรุ่น Q10AA ซึ่งเหมาะกับคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงก็ได้ แต่ Q10 สำหรับคุณผู้หญิงที่แนนนำมาครั้งนี้ออกมาใหม่ล่าสุดค่ะ
 

ส่วนผสมของ Shiseido Q10

Coenzyme Q10 60mg / ceramide 1,200 ไมโครกรัมต่อ 100mg ขิงปลาย / พริกไทยดำ 4mg สารสกัดผง


ส่วนผสม
น้ำมันมะกอก, ปลายขิง, Coenzyme Q10, วิตามินอีที่มีน้ำมันพืช, มันฝรั่งที่มีสารสกัดจากผงบุก ceramide, พริกไทยดำสกัดชนิดผงเจลาติน, กลีเซอรีน, ขี้ผึ้ง, กลีเซอรอลเอสเตอร์, สีคาราเมล

คุณประโยชน์ของ Q10

Q10 มีชื่อเรียกกันอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น Co-enzyme Q10 หรือ CoQ10 หรือ Ubiquinone หรือ Ubiquinole หรือ Ubidecarenone หรือ Ubiquitous หรือ Coenzyme quinone มีชื่อเรียกทางเคมีว่า “2 ,3-dimethoxy-5-methyl-6-decaprenyl benzoquinone.”

จากการศึกษารายละเอียดพบว่า Q10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถผลิตได้เองโดยธรรมชาติและมีความจำเป็นต่อร่างกาย Q10 เป็นสารประกอบคล้ายวิตามินที่มีคุณสมบัติในการละลายในไขมัน (Fat-Soluble Vitamin-like Substance) พบในเซลล์ทุกเซลล์ที่มีชีวิตในร่างกายโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (Membrane) ของไมโตคอนเดรีย ซึ่งไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) นี้ทำหน้าที่ในการผลิตพลังงานให้กับเซลล์ โดยพลังงานดังกล่าวจะอยู่ในรูปของ ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานพื้นฐานของเซลล์ Q10 ถูกพบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง ซึ่งจะมีจำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) มาก เช่น หัวใจ ตับ กล้ามเนื้อ สมอง ส่วนอวัยวะอื่นๆ ก็พบ Q10 เช่นกันแต่พบค่อนข้างน้อยเนื่องจากอวัยวะดังกล่าวต้องการพลังงานน้อยจึงมี จำนวนไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) น้อยตามไปด้วย

Q10 ที่ผลิตในร่างกายนี้ สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนที่ชื่อ ไทโรซีน (Tyrosine) และฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) โดยกรดอะมิโนทั้ง 2 ตัวนี้ จะสร้างส่วนวงแหวนควิโนน (Quinone Ring) ส่วนสายยาว (side chain) สร้างมาจากอะซีติลโคเอ (Acetyl CoA)โดยอาศัยกระบวนการในร่างกายหลายขั้นตอนร่วมกันกับวิตามิน 7 ชนิด คือ วิตามินบี 2 (Riboflavin) วิตามินบี 3 (Niacinamide) วิตามินบี 6 กรดโฟลิก (Folic Acid) วิตามินบี 12 วิตามินซี และกรดแพนโททีนิก (Pantothenic Acid)

-  ไทโรซีน (Tyrosine) ช่วยให้เซลล์แก่ช้าและควบคุมศูนย์กลางความรู้สึกหิวในไฮโปแธลลามัสส่วนใต้ ของสมอง

-  ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมธัยรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วยไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยไม่ให้ผมหงอก และผิวแห้งตกกระ รวมทั้งป้องกันผิวหนังอักเสบจากการแพ้แสงแดด

มีรายงานเกี่ยวกับ Q10 ว่ามีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรค กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และสิ่งสำคัญคือมีผลต่อการทำงานของระบบหัวใจ พบว่า Q10 ช่วยเพิ่มประสิทธิการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างชัดเจน จึงทำให้มีการจ่าย Q10 ให้กับผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างมากมาย

Q10 ทำงานอย่างไร
Q10 ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นนี้จะทำหน้าที่เป็นเอนไซม์หลัก (Key Enzyme) ในวงจรเครป หรือวงจรกรดซิตริก (Kreb ’s or Citric Acid Cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำการเปลี่ยนแปลงอาหารพวกคาร์โบไอเดรตและไขมันให้อยู่ ในรูปของพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ โดยหน้าที่ของเอนไซม์ทั่วไป ก็คือจะเข้าไปช่วยเร่งปฏิกิริยาภายในร่างกาย โดยตัวของเอนไซม์เองไม่ถูกทำลาย หรือถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปฏิกิริยาดังกล่าวสิ้นสุดลง เนื่องจาก Q10 มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย ดังนั้นเมื่อระดับของ Q10 มีการเปลี่ยนแปลงไปก็จะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย

โดย สรุป Q10 ทำหน้าที่เกี่ยวกับการให้พลังงานแก่เซล ดังนั้นเซลที่ยังมีชีวิตก็จะมีความต้องการพลังงานเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรม ต่างๆ ก็จะต้องการ Q10 เช่นกัน อีกทั้งเซลที่ต้องการพลังงานสูงก็จะต้องการ Q10 มากกว่าเซลที่ต้องการพลังงานน้อย จึงเป็นเหตุที่เราจะพบ Q10 มากในเซลหัวใจ ดังนั้นหากขาด Q10 ก็จะมีผลให้การทำงานในเซลผิดปกติ ส่งผลให้เซลตายได้

ประโยชน์ของ Q10
มีการกล่าวเกิน จริงเกี่ยวกับ Q10 มากมายทั้งๆ ที่ยังอยู่ในขั้นการทดลองและยังไมได้สรุปผลออกมา เช่น หาว่าช่วยชลออาการโรคพาร์กินสัน เพิ่มแข็งแรงของผู้ป่วยโรคเอดส์ ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพิ่มพละกำลังในพวกนักกีฬา เป็นต้น

แต่ ในทางกลับกัน ก็มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า Q10 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ถ้าหากขาด Q10 กล้ามเนื้อหัวใจจะอ่อนแรงลงและทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีการใช้ Q10 เกี่ยวกับการช่วยบำรุงหัวใจอย่างกว้างขวาง และในญี่ปุ่น 10%ของคนญี่ปุ่นมีการรับประทาน Q10 เป็นประจำ

1.โรคหัวใจ และหลอดเลือด
ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ซึ่ง Q10 ช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด

ใช้รักษา โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลวเนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure) ทั้งนี้ผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวจะมีแน้วโน้มที่จะสัมพันธ์กับการขาด Q10 ดังนั้นเมื่อผู้ป่วย โรคหัวใจ ได้รับ Q10 จึงทำให้หัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับวิตามินอี Q10 จะทำหน้าที่ช่วยยับยั้งอุดตันของเส้นเลือดของ คลอเลสเตอรอล

เคยมีการ ศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure) มากกว่า 2,500 คนแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม โดยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจกลุ่มหนึ่งได้รับ Q10 อีกกลุ่มหนึ่งให้ยาหลอกเพื่อดูว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยจริงหรือไม่ เป็นเวลา 12 เดือน ผลปรากฎว่า 80% มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน อาการบวมของข้อเท้าลดลง อาการหายใจถี่ๆ ลดลง การนอนหลับดีขึ้น เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับ Q10 ทุกวันๆ ละ 100 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกกลับมีอาการแย่ลงต้องเข้าในโรงพยาบาลมากกว่า ผู้ที่ได้รับ Q10 ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน

ไม่ใช่ ทุกการศึกษาที่แสดงถึงประโยชน์ของ Q10 เมื่อไม่นานนี้มีการศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวระดับปานกลางถึงรุนแเรงจำนวน 46 คน ให้รับประทาน Q10 (ไม่มีใครได้รับประทานยาหลอด) เป็นเวลา 6 เดือนพบว่าอาการต่างๆ ไม่ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของ Q10 กับประสิทธิภาพในการลดอัตราการเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ

ในการรักษา อาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก (angina) และอาการหัวใจเต้นผิดปกติ พบว่าอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอดจะลดลงเมื่อผู้ป่วยได้รับ Q10 อีกทั้งผู้ป่วยที่มีปัญหามีอาการทำงานและการเต้นของหัวใจผิดปกติก็พบว่า Q10 มีส่วนช่วยในอาการดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรค ความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจุบันประชาชนประมาณ 1 ใน 3 มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบต่อกลุ่มคนดังกล่าว และก็เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักมีอาการขาด Q10 การรับประทาน Q10 อาจจะช่วยให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้น และยังช่วยอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหัวใจ และหลอดเลือดอย่างชัดเจน

2.โรคอัลไซเมอร์
โรค อัลไซเมอร์ เป็นโรคของการเสื่อมทางสติปัญญาที่พบได้เมื่อวัยมากขึ้น อาการของโรคนี้ คือ ความจำเสื่อม หลงลืมตัวเองและคนในครอบครัว ซึมเศร้า สับสน นอนไม่หลับ ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ สาเหตุเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับบาดเจ็บ เลือดคลั่งในศรีษะ และความเสียหายที่เกิดจากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ (free radical) การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น

และเนื่องจากคุณสมบัติในการ ต้านอนุมูลอิสระของ Q10 ที่สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมอง และโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทาน Q10 เพื่อที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรค อัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

3. ลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) และเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง ดังนั้นจึงนำ Q10 มาใช้เป็นเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photoaging)กล่าวคือ ผิวหนังจะมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet) จากแสงอาทิตย์ โดยรังสีอุลตราไวโอเลต (UV) มี 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยจะเป็นรังสี UVA โดย UVA สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ และจะเริ่มต้นในการผลิตอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งอนุมูลอิสระดังกล่าวนี้ผลิตจากกระบวนการออกซิเดชั่น (Oxidation) และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำอันตรายต่อไขมัน โปรตีน และสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอย หมองคล้ำได้ แต่ร่างกายก็จะมีกระบวนการป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระดังกล่าวโดยกระบวน การทางธรรมชาติ กล่าวคือ ที่ผิวหนังจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) เช่น วิตามินอี วิตามินซี โดยสารที่มีฤทธิ์ (Antioxidant) ดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่นที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำอันตรายต่อผิวหนัง มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ ดังนั้น Q10 จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี

4.โรค เกี่ยวกับเหงือก
โรคเหงือก ใช้เรียกโรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่โดยรอบฟันหรือที่เรียกว่า อวัยวะปริทันต์ ซึ่งทำหน้าที่ในการยึดและพยุงฟันให้คงอยู่ในช่องปาก โรคเหงือกที่เป็นปัญหาและพบได้บ่อยๆ เกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่ถูกปล่อยให้สะสมอยู่บนตัวฟัน คราบจุลินทรีย์นี้ประกอบด้วย เชื้อแบคทีเรียหลายชนิดและสารพิษต่างๆ ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมา ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ ขึ้น ในระยะแรกของการอักเสบอาจจะเกิดเฉพาะที่ของเหงือก ทำให้เหงือกเปลี่ยนสีจากสีชมพูซีดเป็นสีแดง มีเลือดออกจากเหงือกเวลาแปรงฟัน เหงือกที่มีลักษณะติดกันจะมีลักษณะบวมฉุ ไม่ยิดติดกับตัวฟัน ทำให้เกิดกลิ่นปาก ในกรณีที่ปล่อยให้การอักเสบดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รักษาต่อไป จะสังเกตว่ามีหนองออกมาจากช่องระหว่างเหงือกกับฟัน หรืออาจเป็นฝีที่เหงือก เหงือกจะแยกตัวออกจากฟันและมีการละลายของกระดูกเบ้ารากฟัน ถ้านานๆเข้าฟันจะโยกห่างและรวนผิดที่ หรืออาจจะหลุดออกมาได้ การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายจะช่วยลดและบรรเทาอาการเหงือกบวม ฟันโยก (Periodontitis) ได้

5.อื่นๆ
เนื่องคุณสมบัติของการมีฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระของ Q10 จึงทำให้เชื่อว่า Q10 สามารถช่วยป้องกันและรักษาโรค มะเร็ง ได้ แต่ก็เป็นการศึกษาเล็กๆ หลายๆ ชิ้นเท่านั้นที่แสดงประโยชน์ของ Q10 ในเรื่องดังกล่าว และไม่เพียงเรื่องมะเร็ง ยังมีการศึกษาบางชิ้นที่แสดงว่า Q10 ให้ผลดีต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย อย่างไรก็ดียังคงต้องการการศึกษามากกว่านี้เพื่อยืนยันผลดังกล่าว

อีก ทั้งในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดับคลอเลสเตอรอลสูงในกระแสเลือด และได้รับยากลุ่ม Statin drugs ผู้ป่วยดังกล่าวควรจะถูกแนะนำให้รับประทาน Q10 เพราะยากลุ่มดังกล่าวส่งผลต่อการยับยั้งสร้าง Q10 ในร่างกาย

แหล่งของ Q10
Q10 นอกจากสังเคราะห์ขึ้นจากร่างกายมนุษย์แล้ว ในสัตว์และพืชบางชนิดก็เป็นแหล่งอุดมของ Q10 เช่นกัน มีในน้ำมันปลา ปลาทะเลลึก เช่น ปลาซาดีน อาหารทะเล เครื่องในสัตว์ส่วน หัวใจ ตับ ไตของสัตว์ เนื้อสัตว์ รำข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว น้ำมันถั่วเหลือง บรอคคอลี่ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน เป็นต้น

จากการศึกษาพบว่า Q10 เป็นสารอาหารคล้ายวิตามิน ที่ทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ในร่างกาย มีปฏิกิริยาทางชีวเคมี เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการสร้างพลังงานในทุกเซลล์ของร่างกาย ถ้าระดับของ Q10 ลดลง ร่างกายจะไม่สามารถแปลงพลังงานจากอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ เลย ทำให้เกิดการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมสภาพตามมาได้

ข้อแนะ นำในการรับประทาน

- เนื่องจาก Q10 เป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมันได้ ดังนั้นมันจะถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน เช่น ถั่ว เนย หรือจะเห็นได้ว่าแค๊ปซูลที่บรรจุ Q10 มักจะเป็นแค๊ปซูลที่ทำมาจากไขมัน

- เก็บ ในที่ปราศจากแสง และที่เย็นแต่ห้ามแช่แข็ง

- ควรรับประทานติดต่อกัน นานกว่า 2 เดือนขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าจะเริ่มเห็นผลของ Q10

ขนาดรับประทาน
ขนาดที่แนะนำคือ 30 มิลลิกรัมต่อวัน แต่สำหรับคนที่มีอาการโรคชรา หรือโรคอื่นๆ ควรรับประทานในขนาดมากขึ้นคือ 50–100 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อผลในการรักษาโรค

ความคิดเห็นจากคณะแพทย์ และในต่างประเทศค่ะ

ดร.คาร์ล โฟล์คเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัล ให้ความเชื่อถือ Q-10 มาก เขาเชื่อว่าปัญหาของระบบหลอดเลือดหัวใจล้วนเป็นผลมาจากการขาด Q-10

 

Q-10 เป็นโคเอนไซม์ ที่รู้จักกันมานาน แพทย์ไทยรู้จักการใช้ Q-10 ป้องกันโรคหัวใจมานานหลายปีแล้ว แพทย์ในอิสราเอล ประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศใช้ Q-10 รักษาโรคชรา โรคเรื้อรัง โรคหัวใจ ประมาณกันว่าแพทย์ได้สั่งยา Q-10 ให้แก่ผู้ป่วยโรคหัวใจมามากกว่า 40 ล้านคน ทั่วโลก

 

Q-10 นั้นใช้เป็นยารักษาและป้องกันโรคสมองเสื่อมก่อนวัยหรืออัลไซเมอร์ ซึ่งมักจะเกิดในคนชรา อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

 

โรคสมองเสื่อมนั้น ประกอบด้วยอาการความจำเสื่อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดใหม่ๆ จะจำได้แต่เรื่องเก่าๆ สมัยโบราณ เมื่อเป็นเด็กๆ มีอาการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมด้วย กลายเป็นคนไม่เรียบร้อยแต่งกายลวกๆ พูดรัวหรืออาจจะพูดไม่เป็นคำ

 

นอกจากนี้อาจมีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ด้วย เช่น อารมณ์ร้าย หรือบางทีก็อารมณ์อิ่มเอมเปรมปรีด์อย่างผิดปกติ บางครั้งเกิดอารมณ์หลง เช่น หลงสถานที่ หลงเวลา นั่งอยู่กับบ้านแต่กลับบอกว่าอยากกลับบ้าน ตื่นขึ้นมาหุงข้าวตอนเวลาตี 4 หลงจำไม่ได้ว่าภรรยาชื่ออะไร

 

ผู้ป่วยอาจจะเป็นคนนอนขี้เซา นอนยาว ขี้เกียจทำงาน ถ้าเป็นมากขั้นร้ายแรง อาจมีอาการตัวสั่น ตัวกระตุก

 

สาเหตุที่ชัดเจนของโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมก่อนวัย ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร เพียงแต่อธิบายทางพยาธิวิทยาได้ว่า เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ในสมองนั่นเอง เซลล์สมองทำงานเสื่อมถอยลง จากการถูกทำลายจากสาเหตุอะไรบางอย่าง

 

นักวิทยาศาสตร์หลายคน เช่น ดร.เดนแฮม อาร์แมน แห่งมหาวิทยาลัยเนบราสก้า เชื่อว่า โคเอมไซม์ Q-10 มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคชรา โรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อมได้ โดยการปกป้องไมโตคอนเดรีย ซึ่งอยู่ภายในเซลล์ของร่างกาย ให้รอดพ้นจากการโจมตีของอนุมูลอิสระ เจ้าตัวร้ายที่บั่นทอนอายุของมนุษย์ทั้งหลาย

 

จนถึงปัจจุบัน เรายังไม่สามารถอธิบายการทำงานของโคเอนไซม์ Q-10 เพียงบอกได้คร่าวๆ ว่าโคเอนไซม์ Q-10 ทำตัวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Free Radicals) คล้ายกับวิตามินซี วิตามินอีช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระเข้าโจมตีโมเลกุลไขมันในเซลล์ จึงช่วยรักษาผนังของเซลล์ให้คงสภาพสมบูรณ์ โคเอนไซม์ Q-10 ออกฤทธิ์ในอวัยวะของเซลล์ ส่วนที่เรียกว่า ไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นเหมือนโรงงานสำคัญ ที่ผลิตพลังงานสำหรับเซลล์ ทำหน้าที่สันดาป โดยใช้ออกซิเจน ด้วยขบวนการที่เรียกว่า ไอโอ-อีเนอเจติกส์

 

โคเอนไซม์ Q-10 จึงเกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานในร่างกาย อวัยวะที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันเวลาหยุด ต้องยกนิ้วให้หัวใจ ซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อ ส่วนไม่มีกระดูก ไม่มีพังผืด เซลล์กล้ามเนื้อของหัวใจจึงต้องมี โคเอนไซม์ Q-10 มากเป็นพิเศษกว่าอวัยวะอื่นๆ

 

แต่เดิมนั้นการศึกษาเบื้องต้น เรื่อง Q-10 จะมุ่งเน้นไปทางประสิทธิภาพการรักษาโรคอื่นๆ และกระตุ้นภูมิต้านทานโรค แต่ปัจจุบันนี้สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุด คือการออกฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด Q-10 พบว่าร่างกายเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ และลดปัญหาการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจ

 

ผลการศึกษาของอเมริกา โดยมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า โคเอนไซม์ Q-10ช่วยยับยั้งการจับตัวเป็นก้อนแข็ง ของโคเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดงหัวใจ จึงป้องกันโรคเส้นเลือดโคโรนารี่อุดตันของหัวใจด้วย และยังพบด้วยว่าการออกฤทธิ์แบบนี้แรงกว่าวิตามินอีและเบต้า แคโรทีน เสียอีก

 

นอกจากนี้ยังพบว่า วิตามิน Q ยังมีฤทธิ์ช่วยป้องกันการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจทำงานล้มเหลว เรียกว่า Cardiomyopathy ซึ่งหมายถึงการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ จนทำงานล้มเหลวเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โรคนี้เรียกว่าโรคหัวใจโตซึ่งเกิดจากการขยายใหญ่ขึ้นของหัวใจ แต่ประสิทธิภาพของการทำงานกลับลดลง สูบฉีดโลหิตได้น้อยลงกว่าเดิม ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เต็มที่ เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และไม่มีแรง

 

จากการศึกษาในคนไข้ชาวอิตาเลียนกว่า 2,500 ราย พบว่ากว่าร้อยละ 80 มีอาการของโรคหัวใจโต ดีขึ้น เมื่อกินวิตามิน Q วันละ 100 มิลลิกรัม

 

ในประเทศญี่ปุ่น มีการทำวิจัยไว้ถึง 25 ชิ้น พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 70 มีอาการดีขึ้นจากโรคหัวใจ ปัจจุบันโคเอนไซม์ Q-10 เป็นยาตามใบสั่งที่มีขายทั่วไป บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งสังเคราะห์และผลิต Q-10 จำหน่ายทั่วโลก
 

ทานวันละ 2 เม็ด หนึ่งครั้งพร้อมมื้ออาหารค่ะ

 

*** ราคาสินค้า 1,950 บาท ***

รับสั่งสินค้าก่อนวันที่ 5 พฤศจิกายน ส่งสินค้า 15 พฤศจิกายน  (ลูกค้าที่ไม่สะดวกชำระเงินค่าสินค้า สามารถชำระเงินค่าสินค้าได้ครึ่งหนึ่งของราคาสินค้าได้ค่ะ)





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.